เจาะลึก TBAT คืออะไร?

TBAT คืออะไร? ทำไมว่าที่ "หมออินเตอร์" ต้องสอบ?

TBAT (Thai Biomedical Admission Test) คือข้อสอบวัดความถนัดทางวิทยาศาสตร์ชีวภาพตัวใหม่ล่าสุด ที่จัดสอบโดยศูนย์ทดสอบจุฬาฯ (CU-ATC) เกิดขึ้นมาเพื่อทดแทนข้อสอบ BMAT (Biomedical Admissions Test) ที่ทาง Cambridge ยกเลิกการจัดสอบไปครับ

ดังนั้น ใครที่ฝันอยากเข้าคณะกลุ่มวิทย์สุขภาพใน รอบ 1 (Portfolio) ต้องมีคะแนน TBAT ติดตัวไว้ครับ โดยเฉพาะ:

  • MDCU: แพทยศาสตร์ จุฬาฯ (ภาคอินเตอร์)

  • Dent Chula: ทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ (ภาคอินเตอร์)

  • CICM / Ramathibodi: แพทยศาสตร์ อินเตอร์ ของธรรมศาสตร์และรามาธิบดี (บางโครงการ)

  • Veterinary / Pharmacy: สัตวแพทย์และเภสัชศาสตร์ อินเตอร์

รูปแบบการสอบ: Computer-based 100% TBAT จัดสอบด้วยระบบคอมพิวเตอร์ (E-Testing) เหมือนกับ CU-ATS/AAT ครับ ข้อดีคือสะดวก รวดเร็ว และรู้คะแนนไว แต่ข้อควรระวังคือ “ความล้าของสายตา” เพราะต้องจ้องหน้าจอนานถึง 3 ชั่วโมงเต็มๆ ครับ!

เจาะลึกโครงสร้างข้อสอบ 3 วิชาหิน (Physics, Chemistry, Biology)

ข้อสอบ TBAT จะสอบรวดเดียว 3 วิชา รวมคะแนนเต็ม 2,400 คะแนน (วิชาละ 800) โดยเนื้อหาจะอิงตามหลักสูตร ม.ปลาย (High School Curriculum) แต่เน้นการประยุกต์และความรวดเร็วครับ

1. TBAT Biology (ชีววิทยา)

  • เวลาสอบ: 60 นาที (1 ชั่วโมง)

  • จำนวนข้อ: 55 ข้อ (เฉลี่ยข้อละ 1 นาที!)

  • คะแนนเต็ม: 800 คะแนน

  • ลักษณะข้อสอบ: เป็นวิชาที่ “ข้อเยอะที่สุด” และ “เนื้อหาเยอะที่สุด” ครับ โจทย์มักจะยาวและมีศัพท์เฉพาะทาง (Technical Terms) เพียบ ต้องอ่านไวและจับ Keyword ให้แม่น

  • หัวข้อที่ออกสอบบ่อย: Cell Structure & Function, Genetics (พันธุศาสตร์), Human Physiology (ระบบร่างกายมนุษย์), Evolution, และ Ecosystem ครับ

2. TBAT Physics (ฟิสิกส์)

  • เวลาสอบ: 60 นาที (1 ชั่วโมง)

  • จำนวนข้อ: 30 ข้อ

  • คะแนนเต็ม: 800 คะแนน

  • ลักษณะข้อสอบ: คล้ายกับ CU-ATS Physics ครับ คือเน้น Concept ไม่เน้นเลขยาก แต่จะมีความ “Biomedical Context” ผสมมาบ้าง เช่น โจทย์ของไหลในหลอดเลือด หรือคานงัดในร่างกายมนุษย์

  • หัวข้อที่ออกสอบบ่อย: Mechanics (กลศาสตร์), Electricity (ไฟฟ้า), Waves & Optics (คลื่นและแสง), Nuclear Physics

3. TBAT Chemistry (เคมี)

  • เวลาสอบ: 60 นาที (1 ชั่วโมง)

  • จำนวนข้อ: 55 ข้อ

  • คะแนนเต็ม: 800 คะแนน

  • ลักษณะข้อสอบ: เป็น Speed Test ขนานแท้! น้องๆ ต้องทำแข่งกับเวลาสุดๆ โจทย์จะครอบคลุมทั้งเคมีคำนวณและเคมีบรรยาย

  • หัวข้อที่ออกสอบบ่อย: Stoichiometry (ปริมาณสารสัมพันธ์), Acid-Base (กรด-เบส), Organic Chemistry (เคมีอินทรีย์), และ Biomolecules (สารชีวโมเลกุล)

ตารางสอบ TBAT ปี 2026

เนื่องจากเป็นข้อสอบใหม่ รอบสอบอาจจะยังไม่ถี่เท่า CU-AAT ครับ โดยปกติจะจัดสอบช่วง “กลางปี” (กรกฎาคม) และ “ปลายปี” (ตุลาคม/ธันวาคม) เพื่อให้ทันยื่นรอบ Portfolio ของแพทย์จุฬาฯ แนะนำให้น้องๆ ติดตามประกาศจาก CU-ATC อย่างใกล้ชิดครับ เพราะพลาดแล้วอาจต้องรอปีหน้าเลย!

ข้อมูลเพิ่มเติม >> https://atc.chula.ac.th/

เกณฑ์คะแนน: ต้องได้เท่าไหร่ถึงจะติดแพทย์จุฬาฯ?

คะแนนเต็มรวม 3 วิชาคือ 2,400 คะแนน แม้จะยังไม่มีสถิติย้อนหลังมากนักเหมือน BMAT แต่จากเกณฑ์เบื้องต้น:

  • MDCU (แพทย์จุฬาฯ): ควรทำคะแนนรวมให้ได้ 1,500 – 1,800+ ขึ้นไปครับ (เฉลี่ยวิชาละ 500-600+) ถึงจะอยู่ใน Safe Zone

  • Dentistry (ทันตะ): เกณฑ์อาจจะยืดหยุ่นกว่าเล็กน้อย แต่ไม่ควรต่ำกว่า 1,400+ ครับ

3 เทคนิคพิชิต TBAT

  1. Biology คือตัวโกยคะแนน: ชีวะเป็นวิชาที่ “รู้คือตอบได้เลย” ไม่ต้องเสียเวลาคำนวณ ถ้าน้องแม่นเนื้อหา จะช่วยประหยัดเวลาไปทุ่มให้กับ Physics และ Chem ได้ครับ

  2. บริหารสายตาและสมาธิ: การสอบ 3 ชั่วโมงหน้าคอมฯ ต่อเนื่องกัน (อาจมีพักเบรกสั้นๆ) ทำให้อ่อนล้าได้ง่าย ให้ฝึกทำ Mock Exam บนคอมพิวเตอร์ให้ชิน เพื่อไม่ให้ตาลายตอนเจอข้อสอบจริง

  3. เก็บข้อง่าย ตัดช้อยส์: ข้อสอบมี 5 ตัวเลือก (Choices) ถ้าคำนวณไม่ได้ ให้ใช้เทคนิคการตัดตัวเลือกที่ผิดแน่ๆ ออก เพื่อเพิ่มโอกาสเดาถูกครับ

พื้นฐานชีวะไม่แม่น? คำนวณเคมีไม่ทัน?

การสอบเข้าแพทย์ไม่ได้วัดแค่ความรู้ แต่วัด “ความอึด” และ “ความไว” ครับ! มาเตรียมตัวโค้งสุดท้ายกับคอร์ส TBAT ที่สรุปเนื้อหา Biomeidcal เน้นๆ ตรงจุด พร้อมเทคนิคทำโจทย์ Physics/Chem ให้ทันเวลา กับทีมติวเตอร์แพทย์และวิศวะจาก StarTutor

คำถามที่พบบ่อย

Thai Biomedical Admissions Test (TBAT) คือข้อสอบวัดความรู้ทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ ออกแบบมาเพื่อประเมินความพร้อมของนักเรียนที่ต้องการเข้าศึกษาในคณะแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ และสัตวแพทยศาสตร์ ในหลักสูตรนานาชาติหรือรอบ Portfolio ครับ

โดยปกติข้อสอบจะแบ่งเป็น 3 รายวิชาหลัก ได้แก่:

  • Biology: เน้นความเข้าใจระบบสิ่งมีชีวิตและมนุษย์

  • Chemistry: เน้นทฤษฎีและการคำนวณเคมีพื้นฐาน

  • Physics: เน้นหลักการฟิสิกส์และการประยุกต์ใช้ (หมายเหตุ: จำนวนข้อและเวลาสอบอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศของศูนย์สอบในปีนั้นๆ)

เหมาะสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่า (เช่น IGCSE/A-Level, GED, IB) ที่วางแผนจะยื่นคะแนนในรอบ Portfolio (รอบที่ 1) หรือ Quota (รอบที่ 2) ของมหาวิทยาลัยที่กำหนดให้ใช้คะแนนนี้เป็นเกณฑ์คัดเลือก

การสอบมักจะจัดขึ้น ปีละ 1 ครั้ง (โดยทั่วไปจะอยู่ในช่วงปลายปี ประมาณเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน) เพื่อให้ทันการยื่นรอบ Portfolio ครับ ส่วนอายุของคะแนนมักจะมีอายุ 2 ปี นับจากวันที่ประกาศผล (ควรเช็กประกาศของคณะที่ต้องการยื่นอีกครั้งเพื่อความแน่นอน)

โดยปกติผลสอบจะประกาศภายใน 2-3 สัปดาห์ หลังวันสอบ โดยนักเรียนสามารถเข้าตรวจสอบคะแนนผ่านระบบออนไลน์ของศูนย์ทดสอบที่เป็นผู้จัดสอบได้โดยตรงครับ